การฉีดวัคซีนน้องหมา

มิถุนายน 06, 2561



  4-6 สัปดาห์
     •ตรวจสุขภาพและถ่ายพยาธิสุนัข
     • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหลอดลมอักเสบติดต่อ

  6-10 สัปดาห์
     • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหลอดลมอักเสบติดต่อ
     •ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัขตับอักเสบและเลพโตสไปโรซีส
     • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลำไส้อักเสบติดต่อ
     •ป้อนยาป้องกันโรคพยาธิหัวใจ
     •ตรวจสุขภาพถ่ายพยาธิ

 10-14 สัปดาห์
     •ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัขตับอักเสบและเลพโตสไปโรซีส
     • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลำไส้อักเสบติดต่อ

 11-12 สัปดาห์
     •ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
     •ตรวจสุขภาพและถ่ายพยาธิ

 ทุกเดือน
     •ป้อนยาป้องกันโรคพยาธิหัวใจ

 ทุกเดือน
     •ตรวจสุขภาพตรวจอุจจาระและถ่ายพยาธิ

 ทุกปี
     •ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
     •ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัขตับอักเสบและเลพโตสไปโรซีส
     • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหลอดลมอักเสบติดต่อ

หมายเหตุ
     •ได้ 1 ปีทำหมันสุนัขเมื่ออายุ
     •ควรตรวจเลือดหาพยาธิหัวใจทุกปี
     • โปรแกรมวัคซีนอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
ที่มา//www.pedigree.co.th
เครดิต: สพ.ญ. ไพลินปีติสันต์

ปัจจัยในการให้อาหารสุนัข

มิถุนายน 06, 2561
การให้อาหารเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากในการเลี้ยงสุนัข มีข้อควรพิจารณาเกี่ยวกับการให้อาหารดังนี้



จัดตารางเวลาการให้อาหารสุนัขให้แน่นอน

1.ควรให้อาหารสุนัขในเวลาเดียวกันทุกวัน 
 การให้อาหารเป็นเวลาทุกวันจะช่วยทำให้สุนัขหิวเป็นเวลา ระบบน้ำย่อยจะปรับตัวให้มีการหลั่งออกมาเป็นเวลา และส่งผลดีไปยังการปล่อยให้สุนัขออกมาถ่ายอุจจาระเป็นเวลาเมื่อสุนัขกินอาหารเสร็จด้วย นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาที่สุนัขจะไปกินของที่คนอื่นให้กิน

2.คนให้อาหารควรเป็นคนเดียวกัน
ข้อนี้อาจไม่เป็นปัญหาสำหรับสุนัขที่เลี้ยงในบ้านที่มีคนอยู่ในบ้านหลายๆคน แต่จะมีปัญหาสำหรับสุนัขที่ไปอยู่สถานที่ใหม่ เช่น โรงพยาบาลสัตว์ บริเวณเตรียมประกวด หรือซื้อสุนัขเข้ามาใหม่ การเปลี่ยนคนให้อาหารในสภาวะเช่นนี้อาจทำให้สุนัขไม่ยอมกินอาหารหรือกินอาหารน้อย แต่เมื่อเคยชินกับคนให้อาหารแล้วก็จะกลับไปกินได้อย่างปกติภายใน 2-3 วัน
 
3.สุนัขแต่ละตัวควรมีภาชนะใส่อาหารและน้ำของตัวเอง
การมีภาชนะแยกกันแต่ละตัว นอกจากจะฝึกเรื่องนิสัยการกินแล้ว ยังเป็นการถูกต้องตามสุขลักษณะ เนื่องจากถ้าหากสุนัขตัวไหนป่วย กินอาหารน้อยลง ผู้เลี้ยงจะสามารถดูการกินอาหารได้จากภาชนะที่แยกกันในแต่ละตัวได้ ว่าสุนัขแต่ละตัวกินอาหารเป็นปกติหรือไม่ และสุนัขแต่ละตัวได้รับปริมาณอาหารเพียงพอต่อสุนัขหรือไม่ นอกจากนี้ถ้าต้องการบำรุงสุนัขตัวไหนเป็นพิเศษ เช่น พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ที่ตั้งท้อง ก็สามารถทำเครื่องหมายไว้ที่ภาชนะบรรจุอาหารได้
 
4.ควรให้อาหารในที่เดิมทุกครั้ง
การให้อาหารด้วยภาชนะอันเดิมในเวลาเดิมและสถานที่เดิมจะทำให้สุนัขไม่รู้สึกผิดปกติ ทำให้การกินอาหารการย่อยเป็นไปตามปกติ ถ้าสถานที่ให้อาหารไม่แน่นอน สุนัขอาจรู้สึกผิดปกติหรือรู้สึกไม่ปลอดภัย อันอาจมีผลทำให้สุนัขกินอาหารลดลง
 
5.ไม่ควรเปลี่ยนอาหารถ้าไม่จำเป็น
สุนัขสามารถกินอาหารสำเร็จรูปที่สมดุลด้วยโปรตีนและวิตามิน ในปัจจุบันอาหารสำเร็จรูปนี้มีมากมายหลายยี่ห้อ หลายสูตร ผู้เลี้ยงควรพิจารณาเลือกอาหารสำเร็จที่มีโปรตีนและวิตามินเพียงพอให้ถูกต้องตามสูตรของสุนัข สุนัขสามารถกินอาหารสำเร็จที่สมดุลดีไปตลอด การเปลี่ยนอาหารถ้าทำไม่ถูกวิธีอาจะมีผลทำให้สุนัขเกิดอาการท้องเสียได้
 
6.อาหารที่กินเหลือต้องเอาออกภายใน 30 นาที
การเอาอาหารออกหลังจากที่ให้ไป 30 นาที จะช่วยฝึกสุนัขให้กินเป็นเวลา ถ้ายังคงปล่อยไว้ สุนัขอาจจะไม่กินในขณะที่ให้ตอนแรกแต่จะมากินในเวลาต่อมา ทำให้เสียนิสัยการกินที่ดี
 
7.ควรหัดให้สุนัขถ่ายเป็นเวลา
สุนัขที่เลี้ยงขังไว้ในกรง ควรปล่อยให้สุนัขได้ออกมาถ่ายอุจจาระหลังจากที่ให้อาหารเสร็จ การฝึกสุนัขอย่างนี้จะทำให้การขับถ่ายสม่ำเสมอ การย่อยอาหารดีขึ้น สะดวกต่อการทำความสะอาดคอก ทำให้พื้นคอกสะอาด ไม่หมักหมม เป็นผลดีในด้านสุขภาพแก่สุนัข สุนัขจะแข็งแรงไม่ป่วยหรือเป็นโรคติดต่อได้

ที่มา// www.sairoongkennel.com
รูปภาพจาก// www.pedigree.co.th

สุนัขพันธุ์เล็ก และอาหารที่ดีมีประโยชน์

มิถุนายน 06, 2561

สุนัขพันธุ์เล็ก และอาหารดีมีประโยชน์ที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม



สุนัขพันธุ์เล็ก 5 สายพันธุ์ที่คนไทยนิยมเลี้ยงมากที่สุดเรียงตามลำดับ จากผลสำรวจเมื่อปี 2559 พบว่า ได้แก่ ชิวาวา ปอมเมอเรเนียน ชิสุ ยอร์คเชียร์เทอร์เรียร์ และ บีเกิล สังเกตดูจะเห็นว่าสุนัขสายพันธุ์เล็กเป็นสายพันธุ์ยอดนิยม (Top small dog breed) ของคนไทย คำนิยามของ สุนัขพันธุ์เล็ก นั้นหมายความถึง สุนัขที่มีน้ำหนักตัวต่ำกว่า 10 กิโลกรัมตามขนาดของสายพันธุ์ ถ้าสุนัขตัวเล็กแต่อ้วนเกิน 10 กิโลกรัมนั่นนับเป็นสุนัขพันธุ์เล็กที่อ้วนนะคะ ไม่ได้นับเป็นสุนัขขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ ลักษณะของสุนัขพันธุ์เล็กมักมีบุคลิกกระฉับกระเฉง ตื่นตัวอยู่เป็นนิจ แต่ด้วยสัดส่วนของร่างกาย รูปร่างของปากและฟันที่เล็กตามตัวไปด้วย อาหารที่เหมาะสมกับ สุนัขพันธุ์เล็ก ที่สุด (Best small dog breed) จึงควรเป็นอาหารที่มีขนาดเม็ดเล็ก รับประทานง่าย เพื่อให้น้องหมาไม่ต้องออกแรงเคี้ยวอาหารมากนัก แต่เราต้องไม่ลืมว่าน้องหมาก็เป็นสัตว์จำพวก Omnivores เช่นเดียวกับมนุษย์อย่างเรา คือ เป็นสัตว์ที่กินทั้งพืชและเนื้อสัตว์เป็นอาหาร ฉะนั้นอาหารที่เหมาะกับน้องหมาตัวน้อยจึงจำเป็นต้องประกอบไปด้วยทั้งเนื้อสัตว์ ผัก และธัญพืชต่างๆ อย่างสมดุล เพื่อไม่ให้น้องหมาของเรากลายร่างจากน้องหมาเป็นน้องหมู หรือเสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคภัยต่างๆ อันเกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม
นอกจากต้องคำนึงถึงสายพันธุ์ของสุนัขแล้ว ในการจัดหาอาหารให้สุนัขยังควรคำนึงถึงอีก 3 ปัจจัยเพิ่มด้วย ได้แก่ ช่วงอายุของน้องหมา, ลักษณะกิจกรรมที่มีในแต่ละวัน และน้ำหนักตัวที่เหมาะสมกับสายพันธุ์ ยกตัวอย่างเช่น น้องหมาพันธุ์เล็ก สูงวัย มักมีกิจกรรมในแต่ละวันไม่มากนัก จึงควรเลือกให้อาหารที่ไขมันต่ำกว่าน้องหมาวัยรุ่น หรือ วัยเด็ก และควรเป็นอาหารที่ย่อยได้ง่ายด้วย เนื่องจากความเสื่อมของร่างกายที่มีมากขึ้นตามวัย เป็นต้น และสำหรับการให้อาหารน้องหมา ควรจะให้สัก 2 ครั้งต่อวัน สำหรับน้องหมาที่โตแล้ว แต่ถ้าเป็นน้องหมาเด็ก ๆ อาจจะต้องให้บ่อยกว่านั้น เนื่องจากมีการดูดซึมที่รวดเร็วกว่า โดยเฉพาะกับสุนัขพันธุ์เล็กส่วนใหญ่จะกินในปริมาณต่อมื้อน้อย แต่ทานบ่อย ๆ เพราะมีการดูดซึมได้เร็วมาก จึงอาจจะต้องให้อาหารถี่กว่าน้องหมาพันธุ์ใหญ่
ทั้งนี้ปัจจัยเสริมในการตัดสินใจเลือกอาหารให้เหมาะสมกับสุนัข ควรพิจารณาเรื่องของคุณค่าทางโภชนาการที่สุนัขจะได้จากอาหารนั้น ๆ ด้วย เพราะมีผลโดยตรงต่อร่างกายของน้องหมา จัดเป็นเรื่องที่สำคัญมากรองลงมาจากปัจจัยหลัก ๆ ข้างต้น ในปัจจุบันพบว่าอาหารสุนัขมีความหลากหลายมากขึ้น มีการคิดค้นสูตรอาหารใหม่ หรือสูตรอาหารที่จำเพาะเจาะจงให้เหมาะกับสายพันธุ์วัย และสภาพแวดล้อมของน้องหมามากขึ้น จนเจ้าของอย่างเราเกิดความสับสนว่าจริง ๆ แล้วอาหารที่เราให้น้องหมารับประทานอยู่ในทุกวันนี้ เป็นอาหารที่เหมาะสมกับน้องหมาของเราแล้วหรือเปล่า แล้วถ้ายังไม่เหมาะสม เราควรเลือกอาหารประเภทไหนถึงจะดี
อย่างที่กล่าวมาข้างต้น อาหารของน้องหมาควรเลือกตามขนาดของสายพันธุ์ วัย กิจกรรม และน้ำหนักตัวที่เหมาะสมกับสายพันธุ์ เนื่องจากน้องหมาสายพันธุ์เล็กจัดเป็นที่นิยมที่สุดของคนไทย (Top small dog breed) วันนี้เราจึงขอพูดถึงอาหารที่เหมาะสมที่สุดของสุนัขสายพันธุ์เล็ก (Best small dog breed) หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของหมู่มากกันนะคะ โดยรวมแล้วน้องหมาสายพันธุ์เล็กส่วนใหญ่จะมีกิจกรรมน้อยกว่าสายพันธุ์ขนาดกลางและขนาดใหญ่ ดังนั้นปริมาณพลังงานที่ใช้ในแต่ละวันจะไม่มาก อาหารนอกจากควรมีขนาดเม็ดเล็กเพราะสุนัขพันธุ์เล็กจะมีขนาดกระดูกขากรรไกรเล็กตามไปด้วย จึงทำให้ฟันเรียงตัวกันแน่น มีโอกาสเกิดปัญหาสุขภาพช่องปากได้ง่าย อีกทั้งอาหารของน้องหมาพันธุ์เล็กก็ยังไม่ควรมีปริมาณโปรตีนหรือไขมันสูงเกินไป เพราะอาจทำให้น้องหมามีน้ำหนักมากเกินไป หรือ เรียกง่าย ๆ ว่า “อ้วน” ได้ ควรเน้นอาหารที่มีสารอาหารครบ มีไขมันต่ำ ขนาดเม็ดกำลังพอดี และย่อยง่าย โดยควรพิจารณาถึงวัตถุดิบที่นำมาทำอาหารด้วย ควรทำจากเนื้อสัตว์ชนิดที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา เพราะจะไม่ทำให้ท้องอืด ตัวอย่างเช่น อาหารสุนัขฟิชโฟร์ด๊อก Fish4Dogs สำหรับสุนัขโตเม็ดเล็ก Adult Small Kibble ที่ทำจากเนื้อปลาแซลมอนชั้นเลิศ ออกแบบรูปทรงเม็ดเล็กให้เหมาะกับสุนัขสายพันธุ์เล็กมากที่สุด (Best small dog breed)
เนื้อปลาสุดยอดวัตถุดิบของอาหารสุนัข
ท่านทราบหรือไม่ว่าในเนื้อปลาอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ตามธรรมชาติ ซึ่งร่างกายของสุนัขสามารถย่อยได้โดยง่าย จัดเป็นโปรตีนชนิดที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำ ยกตัวอย่างเช่น เนื้อปลาขาว จะเหมาะกับสุนัขที่มีปัญหาระบบการย่อยอาหารหรือสุนัขสูงวัย เพราะสามารถย่อยได้ง่าย หรืออาหารสุนัขจากเนื้อปลาแซลมอน ที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 เยอะจะช่วยในการบำรุงเส้นขน ผิวหนัง และข้อต่อกระดูกของสุนัข เป็นต้น
นอกจากเลือกอาหารสุนัขให้เหมาะสมแล้ว เจ้าของอย่างเราก็อย่าลืมเลือกขนมสุนัขให้เหมาะกับสายพันธุ์เล็กด้วยนะคะ สำหรับการเลือกซื้อขนมให้กับสุนัขพันธุ์เล็ก สิ่งแรกที่ควรพิจารณาก็ไม่แตกต่างจากอาหารนั่นคือ ขนาดหรือรูปทรงที่เหมาะกับช่องปากและฟันของน้องหมาสายพันธุ์ที่เลี้ยงไว้ ประกอบกับประโยชน์ของสารอาหารที่น้องหมาจะได้รับจากขนมชนิดนั้น เพราะการตามใจให้น้องหมาบริโภคขนมมากเกินไปก็ทำให้น้องหมาอ้วนได้เช่นกัน โดยขนมที่เหมาะกับสุนัขพันธุ์เล็กควรเป็นขนมประเภทที่มีวัตถุดิบจากเนื้อสัตว์แท้มากกว่าแป้งแต่งรสเนื้อสัตว์และควรมีแคลอรี่ต่ำ เนื่องจากสุนัขพันธุ์เล็กไม่ต้องการใช้พลังงานต่อวันสูงเท่าสายพันธุ์อื่น ๆ เช่น ขนมสุนัขซีบิสกิต SEA BISCUIT ของฟิชโฟร์ด๊อก Fish4Dogs ที่ทำจาก ข้าว 5% เนื้อปลา 95% จัดเป็นขนมสุนัขที่อร่อย เคี้ยวง่ายมีคุณค่าจากคาร์โบไฮเดรตแบบไม่มีกลูเตน และโปรตีนย่อยง่ายจากเนื้อปลา แถมยังอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ในขณะที่มีปริมาณแคลอรี่ต่ำอีกด้วย และยังสามารถพิจารณาเลือกซื้อขนมสุนัขตามวัยของน้องหมาประกอบเพิ่มได้อีกด้วย อย่างเช่น หากเป็นลูกสุนัขหรือน้องหมาวัยเด็ก ก็ควรเลือกขนมที่มีขนาดเล็กเป็นพิเศษ เพราะสุนัขสายพันธุ์เล็กที่เป็นลูกสุนัขจะยิ่งมีรูปปากและฟันเล็กมากกว่าสายพันธุ์อื่นทั่วไป หรือสำหรับสุนัขชราหรือสุนัขสูงวัยแล้ว ก็ควรเลือกขนมสุนัขที่มีความนิ่ม เพราะเริ่มมีการเสื่อมของเหงือกและฟันแล้ว การเลือกขนมที่เหมาะสมจะช่วยในเรื่องของสุขภาพเหงือกและฟันได้อีกทาง เช่น ขนมสุนัขซีเจอร์กี้ SEA JERKY ของฟิชโฟร์ด๊อก Fish4Dogs ที่ทำจากหนังปลาอบ 100% นอกจากจะให้พลังงานต่ำแล้ว ยังมีผิวของขนมที่ขรุขระตามหนังปลาธรรมชาติที่ช่วยขจัดหินปูนในช่องปากน้องหมา และยังสามารถแบ่งออกเป็นขนาดต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับขนาดตามสายพันธุ์ของน้องหมาอีกด้วย
รักน้องหมา อยากให้น้องหมาน่ารัก มีอายุยืนยาว ก็ต้องใส่ใจดูแลกันนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของอาหารการกินถือเป็นเรื่องหัวใจสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้น้องหมามีคุณภาพชีวิตที่ดี สุขภาพแข็งแรง และอยู่กับเราได้นาน ๆ นะคะ

ที่มา// www.tjanimal.com

วิธีให้อาหารสุนัขตามสายพันธุ์และอายุ

มิถุนายน 06, 2561

อาหารที่เหมาะสมกับสุนัขมากที่สุดคืออาหารสำเร็จรูปที่ผลิตขึ้นมาเพื่อสุนัขโดยเฉพาะ แต่สุนัขแต่ละตัวก็มีความต้องการที่แตกต่างกัน โดยมีปัจจัยทั้งในเรื่องของ ขนาดตัว สายพันธุ์ อายุ ช่วงวัย ดังนั้น เจ้าของสุนัขจึงควรให้ความสำคัญกับปริมาณอาหารที่เหมาะสมกับสุนัขในแต่ละวัน โดยสามารถศึกษาได้จากด้านหลังซองผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้แล้วยังมีสิ่งที่เจ้าของจะต้องคำนึงถึงอีกก็คือ 
1. ให้ดูจากปริมาณอาหารที่แนะนำต่อวันเป็นหลัก เช่นถ้าหากคุณให้อาหารสุนัขวันละ 2 มื้อ 
ปริมาณของ 2 มื้อรวมกันต้องตรงตามปริมาณที่แนะนำต่อวัน
2. ปริมาณอาหารที่เหมาะสมนั้นอาจขึ้นอยู่กับแนวโน้มการใช้พลังงาน หรือการออกกำลังกายของสุนัขว่ามากน้อยแค่ไหน                         
ถ้าน้องหมามีการออกกำลังกายน้อยกว่า 1 ชั่วโมง ต่อวัน ให้ลดปริมาณอาหารลง 10% จากปริมาณอาหารที่เหมาะสม
3.  ปริมาณอาหารที่เหมาะสมตามคำแนะนำนี้เฉพาะจากอาหารเม็ดและอาหารเปียกเท่านั้นถ้าหากเจ้าของให้กินอาหารเสริม                  
ขนม หรือผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากต่าง ๆ ควรปรับลดปริมาณอาหารตามความเหมาะสม
4.  ปริมาณขนมหรืออาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายสุนัขควรมีไม่เกิน 10% ของแคลอรี่จากอาหารที่น้องหมาควรได้รับในแต่ละวัน
5.  ศูนย์โภชนาการสัตว์เลี้ยง Waltham™ แนะนำให้ผสมอาหารเปียกและอาหารเม็ด โดยสัดส่วนในการให้ควรคำนึงถึง                             
สายพันธุ์และน้ำหนักตัวเป็นหลัก สามารถดูปริมาณที่แนะนำได้ในตารางด้านล่าง
1.อาหารลูกสุนัขอายุ 6-10สัปดาห์
สุนัข หรือน้องหมา ที่เราเลี้ยงนั้น ส่วนใหญ่จะมีอายุประมาณ 6-10 สัปดาห์ เป็นช่วงที่น้องหมา ยังไม่หย่านมเลย น้องหมาในวัยนี้ลืมตาได้แล้ว การเดินนั้นถือว่ายังไม่แข็งแรงมากนัก สุนัขในวัยนี้เป็นวัยกำลังกิน กำลังนอน เจ้าของน้องหมาดต้องคอยให้นมอยู่
อาหารสุนัข ต้องพิถีพิถันอย่าให้อาหารปนเปลื้อนสิ่งสกปรก นมเสีย อย่าให้ลูกสุนัขกินอาหารเหลือ บูดหรือมีสิ่งปนเปื้อนโดยเด็ดขาด
2.อาหารลูกสุนัขอายุ 10-12สัปดาห์
น้องหมาในวัยนี้ ควรที่จะหย่านมแม่ได้แล้ว ควรฝึกให้ลูกสุนัขเริ่มอย่านมได้เอง โดยให้นมอย่างอื่นแทนนมแม่ และนมที่ให้ควรเป็นนมจืดอย่างเดียว พอให้นมไปสักพักน้องหมาจะเริ่มหย่านมได้เอง
น้องหมาในวัยนี้จะกินอาหารได้ง่าย กินอาหารได้ในปริมาณมาก กินค่อนข้างจุ เนื่องจากเป็นวัยกำลังโตและซุกซนต้องใช้พลังงานในการเล่น

3. อาหารลูกสุนัขอายุ 3 - 12เดือน
สุนัขวัยนี้สามารถนำมาฝึกให้หย่านมแม่ได้ โดยการให้นมอย่างอื่นแทนนมแม่ และควรเป็นนมจืดเท่านั้น ลูกสุนัขจะเคยชินไปเอง
สุนัขวัยนี้จะกินอาหารง่าย เนื่องจากเป็นวัยที่ซุกซน  ชอบเล่นและเป็นวัยกำลังโตทำให้สุนัขวัยนี้กินอาหารจุมาก เพราะต้องใช้พลังงานมาก

4.อาหารลูกสุนัขอายุ 12 เดือนขึ้นไป
สุนัขวัยนี้ถือว่าเป็นสุนัขวัยหนุ่มสาวที่โตเต็มที่ เนื่องจากว่าเป็นวัยที่กำลังซุกซน ต้องใช้พลังงานมาก สุนัขวัยนี้กินอาหารง่าย กินจุมาก
       น้องหมาที่เรานำมาเลี้ยงได้ส่วนใหญ่จะมีอายุประมาณ 10 สัปดาห์ เป็นระยะเวลาที่มันหย่านมจากแม่ ลืมตา และเริ่มแข็งแรงแล้ว ในช่วงอายุประมาณนี้จะมีพฤติกรรมเพียง 2 อย่าง คือ กินกับนอน ซึ่งเราต้องฟูมฟักกับมันอยู่เช่นนั้น กว่าที่จะโตเป็นวัยหนุ่ม เป็นพ่อพันธ์ แม่พันธุ์ได้ต้องใช้เวลาประมาณ10 - 15 เดือน
การเลือกอาหารสำเร็จรูปให้น้องหมา
  • ต้องพิจารณา วัยของสุนัขสำคัญต่ออาหาร ในการซื่ออาหารสุนัขต้องดูว่าสุนัขท่านอยู่ในวัยใด ควรเลือกอาหารสุนัขให้เหมาะสม กับอายุของน้องหมา สัดส่วน ของสารอาหาร มีผลต่อวัยของสุนัขยิ่งขึ้น
  • ตรวจสอบอาหารสุนัขก่อนซื้อ ต้องดูว่าอาหารสุนัขที่เราซื้อมาหมดอายุหรือยัง กระป๋องเก็บอาหาารต้องดูด้วยว่าต้องไม่บุบ รั่ว ไม่มีกลิ่นบูดเน่า เหม็นหื่น
  • อาหารสุนัขแบบเปียก หรือแบบเม็ด ทั้ง 2 แบบมีประโยชน์ต่อสุนัข เหมือนกัน เนื่องจากมีสารอาหารไม่ต่างกัน ขึ้นอยู่ว่าน้องหมานั้นชอบทานอาหารแบบไหนมากกว่ากัน

******การเลือกอาหารให้น้องหมาเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะทำให้สุนัขนั้นได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน ในการเปลี่ยนอาหารให้น้องหมานั้น ส่วนใหญ่แล้วน้องหมาจะไม่ยอมทานอาหารใหม่ๆ ในการปรับเปลี่ยนจะต้องใช้เวลาสักระยะในการปรับตัวของน้องหมา
ที่มา//www.pedigree.co.th ,www.thaihealth.or.th

โกลเด้น รีทรีฟเวอร์

พฤษภาคม 22, 2561

โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ (Golden Retriever)

หมาหน้ายิ้ม อารมณ์ดี ขี้เล่น ฉลาด ซื่อสัตย์

{pic-alt} ลักษณะทั่วไป

โกลเด้นฯเป็นสุนัขที่มีขนาดปานกลาง ไม่เทอะทะเก้งก้างจนดูเกะกะ เป็นสุนัขที่มีนิสัยค่อนข้างจะเป็นมิตรกับทุกๆ และสุนัขที่มีความปราดเปรียวและอดทน ลีลาในการย่างก้าวหรือไหวเป็นไปด้วยความนิ่มนวล

{pic-alt} ความเป็นมา

โกลเด้นฯเป็นสุนัขที่พัฒนาสายพันธุ์มาจากสุนัขในกลุ่มสแปเนี่ยล ซึ่งเป็นสุนัขที่มีความเชี่ยวชาญทางน้ำเป็นพิเศษ โดยมีขนาดเล็กกว่าสุนัขพันธุ์นิวฟาวน์แลนด์ แต่มีลักษณะโครงสร้างที่คล้ายคลึงกัน สันนิษฐานว่าอาจผสมข้ามพันธุ์มาจากสุนัขพันธุ์ไอริชเซทเทอร์ และสุนัขในกลุ่มวอเตอร์สแปเนี่ยล โดยอาจมีสายเลือดของสุนัขพันธุ์บลัดฮาวน์เข้าไปเจือปนอยู่ด้วย

{pic-alt} ลักษณะนิสัย

นิสัยสุภาพ น่ารัก มีเสน่ห์ ขี้เล่น ช่างประจบเอาใจ และเสียสละรักเจ้าของได้เท่ากับสุนัขพันธุ์ โกลเด้นฯนี้ ลักษณะนิสัยสุนัขพันธุ์นี้ใจดี ชอบอยู่กับคนและสัตว์อื่น มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ค่อนข้างติดคนหรืออยากให้เจ้าของสนใจ โกลเด้นฯ เป็นสุนัขที่ฝึกง่าย มันชอบเห่าเมื่อมีคนอยู่หน้าประตูบ้าน แต่มีบ่อยครั้งที่การเห่านั้นเป็นการแสดงการทักทายมิใช่การขู่


{pic-alt} การดูแล

โกลเด้นฯ เป็นสุนัขที่มีขนร่วงมาก จำเป็นจะต้องแปรงและหวีขนให้มันสัปดาห์ละหลายๆ ครั้ง เพื่อป้องกันขนพันกัน การแปรงขนบ่อยๆ จะทำให้โกลเด้นฯ ดูสวยได้ ผู้เลี้ยงควรดูแลเรื่องเห็บ หมัด การระคายเคืองที่ผิวหนัง ขณะที่ทำการแปรงขน

โกลเด้นฯเป็นสุนัขที่ชอบสังคมและ ไม่ชอบถูกทิ้งให้อยู่ลำพังตัว อย่าปล่อยให้สุนัขออกไปนอกบ้านโดยไม่มีคนไปด้วย ผู้เลี้ยงควรพาสุนัขไปเดินเล่นไกลๆ ทุกวันหรือหาสนามโล่งๆ ให้ได้วิ่งเล่นเก็บลูกบอลหรือว่ายน้ำกับสุนัขตัวอื่น เพื่อผ่อนคลายความเครียดและเพื่อนสุขภาพที่ดี

{pic-alt} ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม

ครอบครัวที่มองหาสุนัขที่เต็มไปด้วยความสุภาพและน่ารัก ต้อง โกลเด้นฯ เลยครับ

{pic-alt} ข้อควรจำ

โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ทั่วไปก็มีปัญหาเหมือนหลายๆ สายพันธุ์เช่นกัน สิ่งหนึ่งคือ โรคที่เกิดจาก การถ่ายทอดจากพ่อแม่ถึงลูกสุนัข, รวมถึงโรค ข้อสะโพกอักเสบ โรคตาบางอย่าง อารมณ์ที่ไม่สม่ำเสมอ ของสุนัข ควรขอคำปรึกษา จากสัตวแพทย์ หากพบปัญหาเหล่านี้ ผู้ผสมพันธุ์ที่มีชื่อเสียงจะไม่มีความลังเลที่จะให้สัตวแพทย์ช่วยตรวจเลือกลูกสุนัขก่อนการซื้อ 

{pic-alt} ความน่ารักของสุนัขพันธุ์นี้



{pic-alt} มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาดมีความสูงประมาณ 21 - 24 นิ้ว
น้ำหนักอยู่ในช่วงระหว่าง 55 - 75 ปอนด์
ศรีษะกะโหลกใหญ่และกว้างโค้งได้รูปสวยงาม ไม่หยักเป็นร่องลึกหรือโหนกนูนจนมีลักษณะเป็นรูปโดม หนังบริเวณใบหน้าควรจะเรียบตึง
ฟันต้องขบกันได้แนบสนิทเหมือนกรรไกร โดยฟันด้านหน้าแถวบนขบเกยอยู่ด้านนอก ซึ่งลักษณะของฟันสำหรับสุนัขพันธุ์โกลเด้น
ปากริมฝีปากดำ กระชับ มุมปากโค้งขึ้นเล็กน้อยคล้ายรอยยิ้ม
ตาดวงตาโตปานกลาง สีน้ำตาลเข้ม เป็นประกายสดใส
หูหูควรสั้นพอประมาณ ใบหูมีลักษณะห้อยปกลงแนบกับส่วนแก้ม รูปทรงค่อนไปทางรูปสามเหลี่ยม ปลายมน
จมูกจะต้องเป็นสีดำหรือสีน้ำตาล ส่วนจะเข้มหรืออ่อนก็ขึ้นอยู่กับสีขน แต่ถ้าจมูกเป็นสีชมพูถือเป็นข้อบกพร่องร้ายแรง
คอควรยาวพอประมาณ ลำคอควรตั้งบนหัวไหล่ แลดูมั่นคงกล้ามเนื้อแลเห็นเด่นชัด ขนบริเวณรอบคอห้ามมีการตกแต่ง
อก-
ลำตัวโครงสร้างลำตัวกระชับได้สัดส่วน อกลึกและกว้าง ความกว้างของอกอย่างน้อยควรมีขนาดพอๆ กับ ฝ่ามือของผู้ชายวางทาบเสมอพอดี ส่วนความลึกของอกควรลึกเสมอข้อศอกขาหน้า กระดูกซี่โครงควรโค้งได้รูปแข็งแรง
เอวอกกว้าง ลึกพอประมาณกำลังดี ไม่ดูเทอะทะมากเกินไป
ขาหน้าท่อนขาหนา แข็งแรง ยาว มีกล้ามเนื้อ ส่วนขาเหนือข้อศอกจะแนบกับซี่โครงอก ท่อนขาทั้ง 2 ข้างตรงขนานกัน
ขาหลังต้นขาใหญ่ กว้าง หนา เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ท่อนขาล่างขนานกันทั้ง 2 ข้าง
หางควรตั้งอยู่ในตำแหน่งสูงสุดต่อจากเส้นหลัง หางมีขนาดใหญ่โดยเฉพาะบริเวณโคนหางควรจะมีกล้ามเนื้อ
ขนขนดกแน่น สามารถปกป้องน้ำได้เป็นอย่างดี ขนมี 2 ชั้น ขนชั้นนอกจะยาวและมีลักษณะค่อนข้างแข็ง เส้นขนมีความยืดหยุ่นในตัว สำหรับขนบริเวณด้านหลังของขาและใต้ท้องจะมีลักษณะค่อนข้างอ่อนนุ่มกว่าขนตามลำตัว
สีขนสีต้องเป็นสีน้ำตาลออกทอง ส่วนจะมีสีเข้มอ่อนไม่มีปัญหา ขนตามใบหน้าและลำตัวอาจจะมีเหลือบเทาหรือขาวก็ได้ แต่ถ้าเป็นรอยแต้มด่างสีขาว หรือมีขนสีขาวขึ้นแซมถือเป็นข้อบกพร่อง
ที่มา//www.dogilike.com

ร็อตไวเลอร์

พฤษภาคม 13, 2561

ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler)

ฉลาด ดุดัน น่าเกรงขาม รักษาความปลอดภัยได้ดี

{pic-alt} ลักษณะทั่วไป


ร็อตไวเลอร์ที่อยู่ในอุดมคติควรมีขนาดปานกลาง ล่ำและมีพลัง ความกระทัดรัดและโครงสร้างที่บึกบึนเป็นเครื่องบ่งบอกถึงความแข็งแรง สุนัขเพศผู้จะมีโครงสร้างที่ใหญ่กว่าสุนัขเพศเมีย โดยที่เพศเมียแม้จะมีขนาดเล็กกว่า สุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์เป็นสุนัขอารักขาที่น่าเกรงขาม เมื่อถูกฝึกให้ต่อสู้และโจมตี ก็จะทำอันตรายให้แก่ผู้บุกรุก แม้จะฝึกได้ไม่ยาก จึงต้องมีเจ้านายที่มีความเป็นจ่าฝูง มีความสุขุม มั่นคงทางอารมณ์ โดยธรรมชาติมันจะไม่ลังเลที่จะเผชิญหน้ากับภยันตรายที่จะเกิดขึ้น จะแสดงออกถึงความโดดเดี่ยวโดยธรรมชาติ

{pic-alt} ความเป็นมา


ร็อตไวเลอร์เป็นหนึ่งในสายพันธุ์พันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุด เนื่องจากที่มีมาตั้งแต่ยุคโรมัน สุนัขเหล่านี้ถูกใช้เป็นสุนัขเฝ้าหรือไล่ต้อนฝูงสัตว์ร็อตไวเลอร์ ต้องเดินข้ามเทือกเขาแอลป์พร้อมกับกองทหารโรมันขนาดใหญ่ เพื่อคอยปกป้องคนและไล่ต้อนฝูงปศุสัตว์ ต้นของศตวรรษที่ 20 ได้มีการนำสุนัขสายพันธุ์ต่างๆ มาทดสอบเพื่อใช้ในงานของตำรวจและร็อตไวเลอร์ ก็เป็นที่ยอมรับว่าเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับภาระกิจนี้และเพราะฉะนั้นสายพันธุ์นี้จึงได้รับการรับรองให้ใช้เป็นสุนัขตำรวจใน 1910อย่างเป็นทางการ

{pic-alt}











{pic-alt} ลักษณะนิสัย
ร็อตไวเลอร์เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนเพื่อดูแลความปลอดภัย และเป็นสุนัขใช้งานที่มีความมั่นใจ หนักแน่น และปราศจากความกลัวแต่ ต้องสอนให้ ร็อตไวเลอร์รู้สถานะของตัวเขาในครอบครัวปกติจะอดกลั้นกับเด็ก ได้ดีแต่พ่อแม่จำเป็นต้องแน่ใจว่าสอนให้ลูกๆ ปฏิบัติกับสุนัขอย่างเหมาะสมเช่นกัน และอยู่ด้วยทุกครั้งที่มีการฝึกสอนสุนัข

{pic-alt} การดูแล


เช่นเดียวกับสุนัขใช้งานพันธุ์อื่นๆ รอตต์ไวเลอร์ ต้องได้รับการแนะนำและฝึกฝนอย่างเคร่งครัดสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องฝึกเขาให้เข้าสังคมด้วย โดยให้ปฎิบัติเป็นประจำตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัขในบรรยากาศที่ไม่เคร่งเครียด นี่เป็นสิ่งจำเป็นถ้าคุณต้องการให้เขาโตขึ้นเป็นสุนัขที่รู้จักปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมในสถานการณ์ต่างๆ แม้จะจำเป็นต้องฝึกตั้งแต่เมื่ออายุยังน้อยและคอยย้ำอย่างสม่าเสมอ คุณก็ไม่ควรทำให้บรรยากาศการฝึก เครียดเกินไป รอตต์ไวเลอร์ เป็นสุนัขที่โตเร็วดังนั้นมีแนวโน้มที่จะ มีปัญหาเรื่อง โรคข้อสะโพกอักเสบและการอักเสบ ของกระดูก
{pic-alt}










{pic-alt} ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม

ผู้เลี้ยงที่เหมาะสมกับรอตต์ไวเลอร์ต้องเป็นคนที่กระฉับกระเฉงสักหน่อย เข้าใจพฤติกรรมสุนัขหรือไม่ก็พร้อมที่จะเรียนรู้ ควรเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ และเข้าใจความสำคัญของการพาสุนัขเข้าสังคมและฝึกฝนตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัขเล็กเลยที่เดียว ไม่ควรขังเขาไว้ในกรงหรือที่แคบเป็นเวลานานจะทำให้เขารู้สึกเครียด ควรพาไปออกกำลังกายเป็นกระจำทุกวัน เพื่อเผาผลาญพลังงาน นอกจากจะไม่อ้วนเล้วยังเป็นน้องหมาที่มีพลังงานมั่นคง อารมณ์ดี และเป็นมิตรมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการฝึก หรือ ทำโทษเขาโดยใช้ความรุนแรงโดยเด็ดขาด เพราะ จะทำให้เขาเครียด หลาดกลัว ปกป้องตัวเอง ไม่เชื่อฟังเจ้าของ และจู่โจมด้วยการใช้ความรุนแรงตอบโต้ในที่สุด อันที่จริงสุนัขพันธุ์นี้สามารถเป็นมิตรและอยู่ร่วมกับเด็กและครอบครัวได้ ไม่มีปัญหา เพียงแต่จะต้องระวัง และปฏิบัติตามในสิ่งที่กล่าวมา
{pic-alt}

{pic-alt} มาตรฐานสายพันธุ์


ขนาดส่วนสูงสุนัขตัวผู้ 24-27 นิ้ว ส่วนตัวเมีย 22-25 นิ้ว ร่างกายดูกำยำเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ บึกบึนมั่นคง ร่างกายดูแข็งแรงมีสมดุล ดูน่าเกรงขาม
ศรีษะความยาวปานกลาง มองด้านข้าง หน้าผากจะโค้งเล็กน้อย ขากรรไกรบนและล่างแข็งแรง หูขนาดปานกลาง ห้อยลง ลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม ในขณะที่ตื่นตัวหูจะอยู่ในระดับเดียวกับส่วนบนของกะโหลก จมูกกว้างและมีสีดำ ลำตัวกว้างและลึกลงไปจนถึงข้อศอก หลังเหยียดตรงและแข็งแรง ชายกระเบนเหน็บสั้น ลึกและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ หางตัดสั้นเกือบชิดลำตัว
ฟันมีลักษณะฟันแบบขบกรรไกร
ปากริมฝีผากดำ ย้อยห้อยกำลังดี ริมฝีปากชุ่มชื่น ไม่แห้ง
ตาตาลึก เป็นรูปทรงอัลมอนด์ ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม
หูหูเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม ฐานหูตั้ง แต่จะพับลงตั้งแต่กลางหู
จมูกจมูกใหญ่สีดำ
คอคอหน้ารับกับช่วงไหล่และอกเป็นอย่างดี มั่นคง แข็งแรง เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ
อกอกกว้าง บึกบึน เด็กไปด้วยกล้ามเนื้อ ดูน่าเกรงขาม
ลำตัวระยะจากจุดสูงสุดถึงข้อศอกมีระยะเท่ากับข้อศอกถึงพื้นดิน ขาได้พัฒนาอย่างแข็งแรง ประกอบด้วยกระดูกที่ใหญ่และเหยียดตรง ฝ่าเท้าแข็งแรง มีสปริงและเกือบจะตั้งฉากกับพื้นดิน กลมและกระทัดรัด โค้งกำลังดี ไม่บิดเข้าหรือบิดออก อุ้งเท้าหนาและแข็ง เล็บเท้าสั้น แข็งแรง และมีสีดำ นิ้วติ่งควรจะตัดทิ้ง
เอว-
ขาหน้าขาหน้าตรง ขนาดกันทั้ง 2 ข้าง กระดูกขาใหญ่ และแข็งแรง มั่นคง
ขาหลังต้นขาหลังหน้าใหญ่ กล้าง เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อกระชับแข็งแรง เอนลาดไปทางด้านหลัง ขาท่อนล่างทำมุมรับกับขาท่อนบนกำลังดู มองจากด้านหลังขาท่อนล่างขนานกัน
หางตัดสั้น
ขนขนชั้นนอกเหยียดตรง แน่นและหยาบ ยาวปานกลางและเรียบ ขนชั้นในจะอยู่บริเวณคอและตะโพก ส่วนขนจะหนาหรือบางขึ้นอยู่กับสภาพของอากาศ
สีขนต้องมีสีดำโดยเสมอ โดยอาจจะมีมาร์คกิ้งสีสนิมหรือสีมาฮ็อกกานี มาร์คกิ้งที่ว่าอาจจะอยู่เหนือตาแต่ละข้างบริเวณแก้ม เป็นแถบอยู่ด้านข้างของปากเป็นต้น

ที่มา//www.dogilike.com

ภาพประกอบ :
http://en.wikipedia.org
www.blogrollcenter.com
www.vetstreet.com
www.atlantahaus.com